พระสุตตันตปิฎกไทย: 11/225/338 339
สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
๓. ทิฏฐานุสัย
[สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความเห็น]
๔. วิจิกิจฉานุสัย
[สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความสงสัย]
๕. มานานุสัย
[สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความถือตัว]
๖. ภวราคานุสัย
[สภาพที่นอนเนื่องในสันดานคือความกำหนัดในภพ]
๗. อวิชชานุสัย
[สภาพที่นอนเนื่องในดันดานคือความไม่รู้]
[๓๓๘] สัญโญชน์ ๗ อย่าง
๑. กามสัญโญชน์
[เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความใคร่]
๒. ปฏิฆสัญโญชน์
[เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความกระทบกระทั่งแห่งจิต]
๓. ทิฏฐิสัญโญชน์
[เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความเห็น]
๔. วิจิกิจฉาสัญโญชน์
[เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความสงสัย]
๕. มานสัญโญชน์
[เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความถือตัว]
๖. ภวราคสัญโญชน์
[เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความกำหนัดในภพ]
๗. อวิชชาสัญโญชน์
[เครื่องเหนี่ยวรั้งคือความไม่รู้]
[๓๓๙] อธิกรณสมถะ ๗ อย่าง
เพื่อความสงบ เพื่อความระงับอธิกรณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นแล้ว
๑. พึงให้สัมมุขาวินัย
๒. พึงให้สติวินัย
๓. พึงให้อมุฬหวินัย
๔. พึงปรับตามปฏิญญา
๕. พึงถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ
๖. พึงปรับตามความผิดของจำเลย
๗. พึงใช้ติณวัตถารกวิธี
[ประนีประนอมดังกลบไว้ด้วยหญ้า] ฯ
ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ธรรมประเภทละ ๗ๆ เหล่านี้แล อันพระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้
ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ตรัสไว้โดยชอบแล้ว พวกเราทั้งหมด