พระสุตตันตปิฎกไทย: 11/226/340 341

สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
เล่ม 11
หน้า 226
ด้วยกันพึงสังคายนา ไม่พึงแก่งแย่งกันในธรรมนั้นการที่พรหมจรรย์นี้พึงยั่งยืนตั้งอยู่นานนั้น พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก เพื่อ ประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ จบ หมวด ๗ ___________ หมวด ๘
[๓๔๐] ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ธรรมมีประเภทละ ๘ๆ ที่พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นตรัสไว้โดยชอบแล้วมีอยู่แล พวกเราทั้งหมดด้วย กันพึงสังคายนา ไม่พึงแก่งแย่งกันในธรรมนั้น การที่พรหมจรรย์นี้พึงยั่งยืนตั้งอยู่นานนั้น พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ชนมาก เพื่อความสุขแก่ชนมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ธรรมมีประเภทละ ๘ๆ เป็นไฉน ฯ มิจฉัตตะ ๘ อย่าง ๑. มิจฉาทิฏฐิ
[เห็นผิด] ๒. มิจฉาสังกัปปะ
[ดำริผิด] ๓. มิจฉาวาจา
[วาจาผิด] ๔. มิจฉากัมมันตะ
[การงานผิด] ๕. มิจฉาอาชีวะ
[เลี้ยงชีวิตผิด] ๖. มิจฉาวายามะ
[พยายามผิด] ๗. มิจฉาสติ
[ระลึกผิด] ๘. มิจฉาสมาธิ
[ตั้งจิตผิด]
[๓๔๑] สัมมัตตะ ๘ อย่าง ๑. สัมมาทิฏฐิ
[เห็นชอบ] ๒. สัมมาสังกัปปะ
[ดำริชอบ]