พระสุตตันตปิฎกไทย: 4/293/246

วินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑
เล่ม 4
หน้า 293
สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์หารือกันว่า ภิกษุทั้งหลายผู้มีศีลเป็นที่รัก งดปวารณาของ พวกเราก่อน ดังนี้ จึงรีบงดปวารณาของภิกษุที่บริสุทธิ์ไม่มีอาบัติเสียก่อน เพราะเรื่องอันไม่ สมควร เพราะเหตุอันไม่สมควร แม้ปวารณาของภิกษุที่ปวารณาแล้วก็งดด้วย. ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงงดปวารณา ของภิกษุผู้บริสุทธิ์ ไม่มีอาบัติ เพราะเรื่องอันไม่สมควร เพราะเหตุ อันไม่สมควร รูปใดงด ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง แม้ปวารณาของภิกษุ ที่ปวารณาแล้ว ก็ไม่พึงงด รูปใดงด ต้องอาบัติทุกกฏ. ลักษณะปวารณาที่ไม่เป็นอันงด
[๒๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ปวารณาเป็นอันงด อย่างนี้ไม่เป็นอันงด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปวารณาไม่เป็นอันงดอย่างไรเล่า. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อปวารณา ๓ หน อันภิกษุกล่าวว่าจบแล้ว จึงงดปวารณา ปวารณาไม่เป็นอันงด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อปวารณา ๒ หน .... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อปวารณาหนเดียว .... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อปวารณามีพรรษาเท่ากัน อันภิกษุกล่าวว่าจบแล้ว จึงงดปวารณา ปวารณาไม่เป็นอันงด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ปวารณาไม่เป็นอันงด. ลักษณะปวารณาเป็นอันงด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปวารณาเป็นอันงดอย่างไรเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อปวารณา ๓ หน อันภิกษุกล่าวว่ายังไม่ทันจบ จึงงดปวารณา ปวารณาเป็นอันงด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อปวารณา ๒ หน .... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อปวารณาหนเดียว .... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อปวารณามีพรรษาเท่ากันอันภิกษุกล่าวว่ายังไม่ทันจบ จึงงด ปวารณา ปวารณาเป็นอันงด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ปวารณาเป็นอันงด.