พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/391/398
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ผู้เป็นนายกของโลกล่วงเราไปเปล่าๆ พ้นไปแล้วด้วยดีตลอดโกฏิกัลป
เป็นอันมากโดยจะนับจะประมาณมิได้ ในกัลปที่ ๑๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราจึงได้
เฝ้าพระพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี ผู้แนะนำให้วิเศษ แล้วจึงเข้าถึง
กำเนิดนี้ เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมะ ผู้มีจักษุ ได้เข้า
เฝ้าพระองค์แล้ว บวชเป็นบรรพชิต พระพุทธชินเจ้าผู้ทรงทำที่สุดทุกข์ได้
ทรงแสดงพระสัทธรรม เราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ได้บรรลุบทอัน
ไม่หวั่นไหว เรายังพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยบุตรให้ทรงโปรด
กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัลปที่ ๑๘๐๐ แต่
กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว
อาสวะทั้งปวงของเราสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี การที่เราได้มาใน
สำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้ว
โดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำสำเร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ชัดแจ้งแล้ว พระ
พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทุมกูฏาคาริกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน.
พักกุลเถราปทานที่ ๖ (๓๙๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายยา
[๓๙๘] ภูเขาชื่อโสภิตะ มีอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พวกศิษย์ของเราช่วยกันสร้าง
อาศรมอย่างสวยงามให้เราที่ใกล้ภูเขานั้น ที่ใกล้อาศรมนั้น มีมณฑปเป็น
อันมาก ไม้ยางทรายกำลังดอกบาน ไม้มะขวิด ต้นจำปา ไม้กากะทิง
ไม้เกต มีเป็นอันมาก มีไม้ยางทราย ต้นพุทรา และต้นมะขามป้อม เป็น
อันมาก มีต้นมะปราง น้ำเต้า และบัวขาว กำลังมีดอกบาน มีต้นรักขาว
ต้นมะตูม ต้นกล้วย และต้นมะงั่ว (มะนาว) ต้นสะท้อน ต้นรกฟ้าขาว