พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/392/398
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
และต้นประยงค์ มีอยู่มาก มีต้นคำไม้สน ต้นกระทุ่ม ต้นไทร และ
มะกอก อาศรมของเราเป็นเช่นนี้ เราพร้อมด้วยศิษย์อยู่ที่อาศรมนั้น พระผู้
มีพระภาคผู้สยัมภู พระนามว่าอโนมทัสสี เป็นนายกของโลก ทรงแสวงหา
ที่เร้น เสด็จเข้าสู่อาศรมของเรา และเมื่อเราเข้าไปเฝ้า พระมหาวีระพระนาม
ว่าอโนมทัสสี ผู้มียศมาก โรคลมก็เกิดขึ้นแก่พระโลกนาถ โดยฉับพลัน
เราเที่ยวไปในป่า ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก ผู้มีจักษุ
มียศมาก จึงได้เข้าไปเฝ้า ครั้นได้เห็นพระอิริยาบถเข้าก็เข้าใจได้ในทันทีว่า
โรคเกิดขึ้นแก่พระพุทธเจ้าแน่แล้ว เราจึงรีบกลับมาอาศรม ในสำนักของ
พวกศิษย์เรา ขณะนั้นเราปรึกษาศิษย์ว่า เราต้องการทำยา ศิษย์ทั้งหมดผู้มี
ความเคารพ รับคำของเราแล้วร่วมประชุมกันเพราะเคารพในเราผู้เป็นครู
เรารีบขึ้นภูเขาไปเก็บยาทุกสิ่งมาปรุง ได้ปรุงเป็นยาต้มแล้ว รินเอาน้ำยา
มาถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ เมื่อพระมหาวีระผู้สัพพัญญู เป็นนายก
ของโลก เสวยแล้ว โรคลมของพระสุคตเจ้าผู้แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ก็สงบลง
ฉับพลัน พระพุทธเจ้า พระนามว่าอโนมทัสสี ผู้มียศมาก ทรงเห็นความ
กระวนกระวายสงบแล้ว ประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์ ได้ตรัสพระ
คาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดได้ถวายยาแก่เรา และระงับโรคของเราได้ เราจัก
พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก
ตลอดแสนกัลป ผู้นี้จักบันเทิงอยู่ในเทวโลกนั้น อันมีดนตรีประโคมอยู่
ทุกเมื่อ มาสู่มนุษยโลกแล้ว อันกุศลมูลตักเตือน จักได้เป็นจักรพรรดิราช
๑๐๐๐ ครั้ง ใน ๕๕ กัลป จักได้เป็นกษัตริย์พระนามว่าอโนมิ ทรงชำนะ
วิเศษ มีสมุทรสาคร ๔ เป็นขอบเขต เป็นใหญ่ในชมพูทวีป เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก จักยังดาวดึงส์ให้
กระฉ่อนแล้ว จักเสวยความเป็นใหญ่ เป็นเทวดาหรือเป็นมนุษย์ จักเป็น
ผู้ไม่อาพาธ จักเว้นความเร่าร้อนแล้ว ข้ามพ้นความป่วยไข้ได้ในโลก ใน
กัลปอันประมาณมิได้แต่กัลปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมี