พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/397/401
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
สัพพทายกเถราปทานที่ ๙ (๓๙๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายทานทุกสิ่งทุกอย่าง
[๔๐๑] ภพของเราหยั่งลงถึงมหาสมุทร ตกแต่งดีแล้ว สระโปกขรณี ตกแต่ง
สวยงาม มีนกจากพรากส่งเสียงร้องอยู่ ดาดาษด้วยบัวขม บัวเผื่อน
บัวหลวงและอุบล ในสระนั้นมีน้ำไหล มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจ
มีปลาและเต่าชุกชุม มีเนื้อต่างๆ ลงกินน้ำ มีนกยูง นกกะเรียนและนก
ดุเหว่า เป็นต้นร่ำร้องด้วยเสียงไพเราะ นกเขา นกเป็ดน้ำ นกจากพราก
นกกาน้ำ นกต้อยตีวิด นกสาลิกา นกค้อนหอย นกโพรดก หงส์ นก
กะเรียน นกแสกสิงคลา (หมาจิ้งจอก) เที่ยวอยู่มากมาย สระโปกขรณี
สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีแก้วมณี ไข่มุกและทราย ต้นไม้ทั้งหลาย
เป็นสีทองทั้งหมด มีกลิ่นหอมต่างๆ ฟุ้งขจรไป ส่องภพของเราให้สว่าง
ไสวตลอดกาลทั้งปวง ทั้งกลางวันกลางคืน ดนตรี ๖ หมื่น ประโคมอยู่
ทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า หญิง ๑๖๐๐ คน ห้อมล้อมเราอยู่ทุกเมื่อ เราออกจาก
ภพแล้ว ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธ ผู้นำของโลก มีจิตเลื่อมใส
โสมนัส ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้มียศมาก ครั้นถวายบังคมแล้ว ได้ทูล
นิมนต์ พระองค์พร้อมด้วยศิษย์พระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์ พระนามว่า
สุเมธ ผู้นำของโลก ทรงรับ พระมหามุนีกล่าวธรรมกถาแก่เราแล้วทรง
ส่งเราไป เราถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า แล้วกลับเข้าภพของเรา เราเรียก
บริวารชนมาว่า ท่านทั้งหมดมาประชุมกัน เวลาเช้า พระพุทธเจ้าจะเสด็จมา
สู่ภพของเรา การที่เราทั้งหลายจะได้อยู่ในสำนักของพระองค์ เป็นลาภที่เรา
ทั้งหลายได้ดีหนอ แม้เราทั้งหลายจักทำการบูชาแด่พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐ
สุด ผู้ศาสดา เราตระเตรียมข้าวและน้ำเสร็จแล้ว จึงกราบทูลภัตกาล
พระพุทธเจ้าผู้นำของโลก เสด็จเข้ามาพร้อมด้วยพระอรหันต์หนึ่งแสน
เราได้ทำการต้อนรับด้วยสังคีตและดนตรี พระพุทธเจ้าผู้เป็นอุดมบุรุษ
ประทับนั่งบนตั่งทองล้วน ในกาลนั้น หลังคาเบื้องบนก็มุงด้วยทองล้วนๆ
คนทั้งหลายโบกพัดถวายในระหว่างภิกษุสงฆ์ เราได้อังคาสภิกษุสงฆ์ให้