พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/404/403
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เราทูลถามว่า
ดูกรท่านมหาวีระผู้นิรทุกข์ ท่านเป็นเช่นไร มีโคตรอย่างไร อาจาระและ
ข้อปฏิบัติของ ท่านเราชอบใจนัก.
ตรัสตอบว่า
เราเกิดในสกุลกษัตริย์ ถึงที่สุดแห่งอภิญญา มีอาสวะทั้งปวงสิ้นแล้ว
บัดนี้ ภพใหม่ของเราไม่มี.
ข้าแต่พระองค์ผู้ส่องแสงสว่าง ทรงบรรเทาความมืด ถ้าพระองค์เป็น
พระสัพพัญญูพุทธเจ้า ข้าพระองค์จักขอนมัสการพระองค์ พระองค์ผู้ทำ
ที่สุดทุกข์.
เราได้เอาหนังสัตว์ลาดถวาย เป็นที่ประทับนั่ง พระสัพพัญญูประทับนั่ง
บนหนังสัตว์นั้น เราอุปัฏฐากพระองค์ พระผู้มีพระภาค ประทับนั่งบน
หนังสัตว์ที่เราลาดถวายนั้น เรานิมนต์พระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ไปสู่ภูเขา
เก็บผลมะพลับใส่หาบจนเต็ม นำมาคลุกเคล้าด้วยน้ำผึ้งแล้ว ได้ถวายแด่
พระพุทธเจ้า เมื่อเรามองดูอยู่ พระชินเจ้าทรงเสวยในขณะนั้น เรามอง
ดูพระองค์ผู้นำของโลก ยังจิตให้เลื่อมใสในพระองค์ พระพุทธเจ้าพระ
นามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งอยู่ใน
อาศรมของเรา ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดมีความเลื่อมใส ได้อังคาส
เราให้อิ่มหนำด้วยผลมะพลับด้วยมือของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน
ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๒๕ ครั้ง
และจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑๐๐๐ ครั้ง ข้าว น้ำ ผ้า และที่
นอน อันสมควรแก่ค่ามากประกอบด้วยบุญกรรม (ดังจะ) รู้ความดำริ
ของผู้นั้นผู้พร้อมเพรียงด้วยบุญกรรม จักบังเกิดขึ้นในทันที ผู้นี้จักเป็นผู้
บันเทิงพร้อมและเป็นผู้มีความสบายทุกเมื่อ ผู้นี้เข้าถึงกำเนิดใด คือ
ความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้น จักเป็นผู้มีสุขทุกแห่ง จักได้
เป็นมนุษย์ ผู้นั้นเป็นผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท ได้เข้าเฝ้า
พระสัมพุทธเจ้าแล้ว จักเป็นพระอรหันต์ เราระลึกถึงตนได้ในกาลใด