พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/412/407

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 412
อุทธรา มีอยู่มาก หมาจิ้งจอก ลูกนกแขกเต้า ไก่ป่า ฟาน มีอยู่มาก กาเสนิยา จ ติลกา ย่อมอาศัยสระนั้นเลี้ยงชีวิต ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี หมาไน เสือดาว ลิง กินนร ปรากฏอยู่ใกล้อาศรม ของเรา เราสูดกลิ่นหอมเหล่านั้น บริโภคผลไม้ และดื่มน้ำหอม อยู่ใน อาศรมของเรา เนื้อทราย หมู เนื้อฟาน ขุทฺทรูปกา อัคคิกา (นกเขา ไฟ) นกโชติกร หงส์ นกกะเรียน นกยูง และประกอบด้วยนกดุเหว่า อยู่ใกล้อาศรมของเรา หน่อไม้ ไม้กำคูน ต้นโปตฺถสีสกา มีอยู่มาก พวกปีศาจ อสูร กุมภัณฑ์ ผีเสื้อน้ำ มีมาก พวกนกครุฑ งู ย่อมอยู่ ใกล้อาศรมของเรา ฤาษีทั้งหลายมีอานุภาพมาก มีจิตสงบระงับมั่นคง ทั้งหมดล้วนทรงคนโทน้ำ นุ่งหนังสัตว์ ทั่งเล็บ สวมชฎา และมีหาบ เต็ม อยู่ในอาศรมของเรา ทอดตาดูประมาณชั่วแอก มีปัญญา มีความ ประพฤติสงบ ยินดีด้วยลาภและความเสื่อมลาภ อยู่ในอาศรมของเรา ฤาษีเหล่านั้นสลัดผ้าเปลือกไม้กรอง เคาะหนังสัตว์ แข็งแรงด้วยกำลัง ของตน ย่อมเหาะไปได้ในอากาศในกาลนั้น นำเอาน้ำใหม่และไม้สำหรับ ทำฟืนใส่ไฟมา และบวชเอาเอง นี้เป็นผลแห่งปาฏิหาริย์ของตนๆ ฤาษี เหล่านั้นถือหม้อโลหะ อยู่ในท่ามกลางป่า เปรียบเหมือนช้างกุญชร มหานาค และไกรสรราชสีห์ผู้ไม่ครั่นคร้าม ฤาษีพวกหนึ่งไปสู่อุตตรกุรุทวีป ต่างก็เห็นกำลังของตนๆ (ของกันและกัน) ฤาษีเหล่านั้น ต่างนำเอา อาหารจากทวีปนั้นๆ มาบริโภคร่วมกัน เมื่อฤาษีทั้งหมดผู้มีเดชรุ่งเรือง ผู้คงที่ หลีกไป ด้วยเสียงหนังสัตว์ ป่าย่อมมีเสียงดังลั่นในกาลนั้น ข้าแต่ พระมหาวีระ พวกศิษย์ของข้าพระองค์ เหล่านั้นมีเดชรุ่งเรืองเช่นนี้ ข้าพระองค์แวดล้อมด้วยฤาษีเหล่านั้น อยู่ในอาศรมของข้าพระองค์ ฤาษี เหล่านี้ยินดีด้วยกรรมของตน ข้าพระองค์แนะนำแล้วมาประชุมกัน เพลิดเพลินในกรรมของตน ยังข้าพระองค์ให้ยินดี และเป็นผู้มีศีล มี ปัญญา ฉลาดในอัปปมัญญา พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชา เป็นผู้นำวิเศษ ทรงทราบเวลาแล้ว เสด็จเข้ามาใกล้ ครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีความเพียร มีปัญญา เป็นมุนี เสด็จมาใกล้