พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/414/408
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุปสีวเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุปสีวเถราปทาน.
นันทกเถราปทานที่ ๖ (๔๐๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมณฑป
[๔๐๘] ในกาลก่อน เราได้เป็นพรานเนื้อ (เที่ยว) อยู่ในป่าใหญ่ เที่ยวแสวงหา
เนื้อฟานอยู่ ได้พบพระสยัมภู ในกาลนั้น พระสยัมภูสัมพุทธเจ้า ผู้ไม่
แพ้อะไรๆ พระนามว่าอนุรุทธะ ผู้เป็นนักปราชญ์ ทรงพระประสงค์วิเวก
จึงเสด็จเข้าป่า เราถือเอาท่อนไม้ ๔ ท่อนมาปักลงในที่ ๔ มุม ทำเป็น
มณฑปเรียบร้อยแล้ว มุงด้วยดอกปทุม ครั้นมุงมณฑปแล้ว ได้ถวายบังคม
พระสยัมภู ทิ้งธนูไว้ ณ ที่นั้นเอง แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต เมื่อเรา
บวชแล้วไม่นานโรคก็เกิดขึ้นแก่เรา เราระลึกถึงบุรพกรรมได้ ได้ทำกาละ
ณ ที่นั้น เราประกอบด้วยบุรพกรรม จึงได้ไปสู่เทวโลกชั้นดุสิต ในชั้น
ดุสิตนั้นวิมานทองย่อมเกิดขึ้นแก่เราตามปรารถนา เราอธิษฐานยาน อัน
เป็นทิพย์อันเทียมด้วยม้าพันม้า ขึ้นบนยานนั้นแล้ว ย่อมไปตามความ
ปรารถนา เมื่อเราอันบุญกรรม นำมาจากมนุษยโลกนั้นมาเป็นเทวดา
มณฑปย่อมทรงไว้แก่เราในที่ร้อยโยชน์โดยรอบ เรานั้นนอนอยู่บนที่นอน
ที่ไม่มีเครื่องนุ่ง ลาดด้วยดอกไม้ ดอกปทุมทั้งหลายย่อมตกลงมาจากอากาศ
เป็นนิตยกาล เมื่อพยับแดดเต้นไหวอยู่ เมื่อแดดแผดเผาอยู่ แดดย่อม
ไม่แผดเผาเรา นี้เป็นผลแห่งการทำมณฑปถวาย เราล่วงพ้นทุคติแล้ว ปิด
อบายทั้งหลาย (เมื่อเราอยู่) ที่มณฑปหรือที่โคนไม้ ความร้อนย่อมไม่มี
แก่เรา เราอธิษฐานสัญญาว่าเป็นแผ่นดินแล้ว ข้ามทะเลไปก็ได้ เรานั้น
ได้ทำกุศลกรรมแล้วหนอ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราทำทางในอากาศแล้ว
เหาะไปในอากาศก็ได้ โอ เราได้ทำกุศลกรรมแล้ว นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา